พิชิตสวาทเซลเลอร์มูน 1 (เสียวสุดๆ)    …. “ห้า สี่ สาม สอง แอ็คชั่น” เสียงสั่งดังไปทั่วสตูดิโอของบริษัทกันตนีจำกัด ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ชื่อดังของเมืองไทยภายในห้องใหญ่เก็บเสียงที่ติดแอร์เย็นฉ่ำนั้น มีแต่เสียงเด็กที่กำลังอัดรายการใหม่ล่าสุดของบริษัท รายการสำหรับเด็ก สาวน้อยเซลเลอร์มูน ซึ่งจะออกอากาศให้ประชาชนได้ชมในเร็ววันนี้…. นี่เป็นเทปแรกของรายการ จึงมีการขลุกขลักบ้างตามระเบียบ ต้องถ่ายซ่อมกันใหม่หลายหน เด็กหลายคนตื่นกล้อง ประหม่าพูดอะไรไม่ออก ทั้งๆที่ได้ท่องจำบทกันมาแล้ว มันเป็นธรรมดาของการทำงานกับเด็กผู้หญิง ถึงแม้บางคนในกองนั้นจะย่างเข้าวัยรุ่นแล้วก็ตาม ผมเองนั้นรับหน้าที่ผู้ช่วยผู้กำกับ ต้องดูแลให้เด็กที่มาร่วมรายการทำอะไรก็ได้ตามแต่ผู้กำกับจะสั่ง “คัท พักก่อน กินข้าวเที่ยงแล้วบ่ายสองโมงถ่ายต่อ ขอให้พร้อมกันทุกคนตามเวลา” เสียงผู้กำกับสั่งดังลั่น ผมนึกขำในใจ แกคงหัวเสียเหมือนกันที่งานเดินไปได้ช้า….. ผมกินข้าวแบบแดกด่วน ยัดอาหารกล่องที่ทีมงานสรรหามาให้แต่รสชาติเหมือนขยะอย่างรวดเร็ว เสร็จสรรพก็ไปล้างหน้าล้างตา กะว่าจะพักสายตาสักครู่ก่อนทำงานต่อ ผมเดินเข้าไปในสตูดิโอที่ปิดไฟสำหรับถ่ายทำหมดแล้ว มีเพียงไฟสลัวๆ อ้อมไปด้านหลังผ้าใบฉากผืนใหญ่ที่ขึงไว้ยันเพดาน ตรงนั้นไม่มีใครเข้ามาผมใช้เป็นที่เอนหลังมาตลอดเวลาพักการถ่ายทำขณะกำลังเดินเข้าไปแบบเงียบๆก็ได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นดังออกมา…. ผมเพ่งสายตามองผ่านความมืดสลัว น้องนัทเด็กหญิงตัวแสดงหลักคนนั้น นั่งร้องไห้กระซิกๆอยู่ ผมเห็นน้องนัทถูกผู้กำกับด่าเอาหลายหนเมื่อเธอลืมบทแน่ล่ะ ก็เธอเป็นตัวต้นเรื่อง ถ้าเธอทำเสีย งานตอนอื่นก็จะพังตามมาเป็นแถบๆผู้กำกับและผู้ช่วยคนอื่นซักซ้อมแอคติ้งให้น้องนัทมาหลายหนแล้วแต่เธอไม่หายตกใจสักทีเวลาเจอกล้องจริงๆ ผมเดินเข้าไปถามเด็กสาวเบาๆว่า “ร้องไห้ทำไมคะ นัท” น้องนัทเงยหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมามองผมเด็กสาวโผเข้ากอดผมก่อนปล่อยโฮ “พี่ธันว์คะ นัททำไม่ได้ นัทกลัว พี่ช่วยนัทด้วยนะคะ”สมองผมคิดอย่างรวดเร็ว มันเป้นหน้าที่ของผมครับ ที่จะต้องทำให้ผู้ร่วมแสดงสามารถดำเนินเรื่องต่อไปได้เป็นธรรมดาที่ผมพบคนตื่นกลัวกล้อง แน่นอน มีหลายวิธีที่จะหลอกล่อ หรือให้ความมั่นใจ เพื่อให้คนเหล่านี้กล้าแสดงออกมา แต่วันนี้อะไรๆมันก็ผิดไปจากที่เคย เพราะกลิ่นของน้องนัทเป็นเหตุ…. เด็กหญิงที่กอดเอวผมพลางร่ำไห้อยู่นั้น เธออายุต้นๆ 14 ปี เป็นเด็กหญิงที่หน้าตาจัดได้ว่าสวยหวานมากคนหนึ่ง น่าจะเป็นลูกครึ่งฝรั่งบวกญี่ปุ่นแขนน้องนัทที่โอบกอดรัดผมอยู่นั้น นุ่มละมุนแบบเด็กสาววัยแรกแย้มกลิ่นของเรือนผมยาวสลวย กลิ่นกายอันอวลอุ่น ปนกับกลิ่นเครื่องสำอางค์ที่เธอประทินโฉม มันทำเอาผมขนลุกเกรียว ไอ้หนูของผมที่สงบนิ่งในกางเกงมาตั้งแต่เช้า หลังจากมันแข็งโด่ตอนตื่นนอนเป็นกิจวัตร เริ่มแข็งตัวจนตุงเป้ากางเกง หน้าอกนุ่มๆของน้องนัท แนบแน่นอยู่กับลำตัวผม เสียงสะอื้นของน้องนัทเบาลงเมื่อเธอได้ระบายน้ำตาออกมาบ้าง ผมยังคิดวิธีการสร้างความมั่นใจให้น้องนัทไม่ออกแต่สิ่งที่คิดออกมาได้มันกลับสับปะดนสิ้นดี ผมคิดว่าน่าจะกอดตอบน้องนัทบ้าง…. ผมเหลียวหลังไปมองทางที่เดินเข้ามา มันเงียบ มืด ไม่มีคน ผมเลยหันกลับมาทำสิ่งที่คิดออก ผมโอบกอดน้องนัทอย่างหลวมๆ กันไก่ตื่นในใจก็นึก …..แผ่นหลังของน้องนัทอบอุ่น นิ่มนวล น่าลูบ น่าไล้ น่าไซ้ น่าซุกผมเลื่อนมือลงต่ำไปที่สะโพกกลมกลึง แน่นปั๋งแต่ปนไปด้วยความหยุ่นนุ่ม ผมลูบเลื่อนมือไปประสานกันยันแก้มก้นของเด็กหญิงวัยก่อนสาวน้องนัทไม่มีปฎิกริยาอะไรที่จะทำให้ผมรู้สึกว่าเธอปฎิเสธการสัมผัสของผม ผมก้มลงมองเด็กหญิงผ่านความมืดสลัวของหลังฉากแล้วถามเธออย่างอ่อนโยนว่า”นัทกลัวกล้องหรือคะ” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองผมแล้วตอบ “ค่ะ พี่ธันว์ นัทเห็นกล้องแล้วลืมบทที่ท่องมาจนหมดเลยค่ะ” กลิ่นปากน้องนัทหอมกรุ่น แก้มใสจนเส้นเลือดแดงสร้างนั้นมองเห็นได้แม้ในความมืด หัวใจผมรัวเร็ว เหมือนใจหล่นวูบลงไปที่เท้า เสียวมวนในท้องน้อย เงี่ยนขึ้นมาจับจิตจับใจ…. “น้องนัท เชื่อพี่ธันว์นะคะ พี่จะสอนวิธีให้” เด็กสาวพยักหน้า ผมพูดต่อ “น้องนัทอย่ามองเลนส์กล้องนะคะ ให้มองที่ใต้เลนส์ตรงที่ใกล้รอยต่อของขากล้อง แล้วน้องนัทจะไม่รู้สึกว่ากล้องมันจ้องมองน้องนัทอยู่” ผมแนะนำวิธีการให้นัท แต่ในขณะเดียวกัน มือผมก็ลูบสะโพกงอนช้อยของน้องนัทอย่างเบามือ แสร้งทำว่าเป็นเรื่องปกติเวลาคุยกัน น้องนัทเงยหน้ามองผมด้วยสีหน้าแววตาใสซื่อ เด็กหญิงคงไม่เฉลียวใจว่าผมกำลังไล้โลมเธออยู่ ตอนนี้ปลายนิ้วสองข้างของผมเกาะกุมดันลึกเข้าไปในร่องก้นของเธอแล้ว “มองตรงนั้นแล้วนัทจะไม่กลัวเหรอคะ” น้องนัทถามผมในขณะที่เธอบิดเอวเล็กน้อย ก็ตอนนั้นปลายนิ้วของผมดันขึ้นมาจนชนเป้ากางเกงชั้นในของเธอแล้ว “ใช่ค่ะ น้องนัทจะไม่รู้สึกว่ากล้องมันเป็นสัตว์ร้ายที่คอยจ้องหน้าจับผิดน้องนัทไงคะ” เมื่อจบประโยค ปลายนิ้วผมสองข้างก็แหกแก้มก้นน้องนัทแล้วปล่อยสลับกันไปมา น้องนัทถอนหายใจยาว เธอกระพริบตาถี่ๆ อาการนี้คงจะไม่ได้เกิดจากคำพูดของผมหรอกครับ แต่มันเกิดจากปลายนิ้วของผมที่แหกแก้มก้นเธอแล้วปล่อยเป็นจังหวะมากกว่า …. “งั้นเรามาซ้อมบทกันหน่อยนะคะ เอาเบาๆนะคะ” ผมสั่ง น้องนัทพยักหน้า ตอนนี้เด็กสาวปล่อยมือที่กอดผมแล้ว ผมเลยต้องปล่อยแก้มก้นเธออย่างเสียดาย ตรงนั้นมีเก้าอี้กลมอยู่ตัวเดียว ผมลากมันเข้ามาแล้วบอกให้น้องนัทนั่ง “พี่ธันว์นั่งเถอะค่ะ นัทยืนซ้อมบทก็ได้ จะได้เหมือนตอนถ่ายทำจริงไงคะ” น้องนัทเสนอ ผมเลยลงนั่งแล้วดึงเอวน้องนัทให้มายืนใกล้ๆ ผมเปิดขาถ่างออกเล็กน้อยให้น้องนัทมายืนระหว่างหัวเข่า “นัทลองซ้อมบท เบาๆนะคะ” ผมสั่งเสร็จ เด็กสาวก็พึมพำบทที่เธอต้องแสดงช้าๆ มือของผมเอื้อมไปปัดกระโปรงน้องนัท ทำเหมือนว่ากำลังดูแลความเรียบร้อยของเสื้อผ้า น้องนัทอยู่ในชุดกระโปรงพลีตบานสั้นสีเหลือง ก็ชุดเซลเลอร์มูนนั่นแหละครับ เธอแสดงเป็นตัว เซลเลอร์มูน ลูนาร์ สาวน้อยคนที่หนึ่งของทีมเซลเลอร์มูน ผมลูบไล้ชายกระโปรงไปเรื่อยๆ เหมือนจะหาความผิดพลาดของตะเข็บ แต่ปลายนิ้วที่ยื่นยาวอย่างจงใจของผม มันเสียดสีโดนท่อนขาบ้าง สามเหลี่ยมเนินเนิ้อบ้าง เสียงน้องนัทที่ท่องบทเหมือนกระซิบนั้นเริ่มแกว่งบ้างในบางครั้ง เด็กสาวช้อนสายตามองขึ้นสูง เหมือนเด็กเวลายืนท่องหนังสือหน้าชั้น ผมลูบขาอ่อนด้านในของน้องนัทช้าๆ เด็กสาวไม่มีปฎิกริยาปฎิเสธหรือถดถอยหนี นิ้วหัวแม่มือของผมชี้เด่ขึ้นฟ้า เมื่อลูบขาอ่อนด้านในของน้องนัท ปลายนิ้วหัวแม่มือก็ชนเข้ากับเป้ากางเกงชั้นในของน้องนัท …. เด็กสาวหายใจยาวลึก ก่อนเริ่มต้นท่องบทซ้ำ บทของเธอไม่ยาวมากนัก หัวแม่มือผมสะบัดลากไปมาตรงตำแหน่งที่สัมผ้ส ขยับไม่กี่หนผมก็พบว่ากางเกงชั้นในตรงนั้นเริ่มจมหายไปในร่องเนื้ออ่อนนุ่ม น้องนัทสะดุ้งเป็นบางครั้งแต่เด็กสาวยังคงเพียรท่องบทอย่างแน่วแน่ ผมเห็นดังนั้นก็รู้ด้วยสัญชาติญานว่า เสร็จกูแน่….

Comments are closed.